Twitter Facebook Google Plus LinkedIn RSS Feed Email
 
 

น้ำใบกะเพราแก้ท้องอืดในโค-กระบือ

3.2.13 | 0 comments

น้ำใบกะเพราแก้ท้องอืดในโค-กระบือ

 
น้ำใบกะเพราแก้ท้องอืดในโค-กระบือ

สัตว์)หากโค กระบือท้องอืด ต้มใบกะเพราอ่อนทั้งก้าน1กำ น้ำ1ลิตร เกลือ3ช้อนโต๊ะ จนเปื่อย ทิ้งให้เย็นแล้วกรองเอาน้ำให้สัตว์กิน3วันๆ ละ1ครั้ง


สำหรับช่วงนี้ทีมงานร่วมด้วยช่วยกันเห็นว่าสภาพอากาศบ้านเรามีความแปรปรวนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่การทำเกษตรกรรมหลากหลายชนิด จึงทำให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างแน่นอน วันนี้จึงอยากจะหยิบเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ในโค-กระบือ ที่มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ทำให้โค-กระบือ มีอารมณ์หงุดหงิด สร้างความทรมานให้กับโค-กระบืออย่างมาก จึงได้เชิญเกษตรกรที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการเลี้ยงโค-กระบือ มาร่วมพูดคุยกันในรายการ นั้นคือ คุณอ่อน พิมพ์พรรณ เกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงวัวนม โค-กระบือ อยู่ที่ ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี มาแนะนำกันผ่านรายการ Farmer InFo ทางด่วนข้อมูลการเกษตร ช่วงคลินิกเกษตร ทางสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี FM 107.75 MHz.

คุณอ่อน พิมพ์พรรณ กล่าวว่า เกษตรกรหลายท่าน ที่ได้ทำการเลี้ยงโค-กระบือ คงจะหนีไม่พ้น อาการท้องอืดในโค-กระบือ ซึ่งถือว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่สร้างความทรมานให้กับโค-กระบือ ที่ทำการเลี้ยงไว้ ซึ่งคุณอ่อน พิมพ์พรรณ ก็ได้ประสบกับปัญหาดังกล่าวทำให้โคนมที่เลี้ยงให้ปริมาณน้ำนมลดน้อยลงอย่างมาก สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม ไม่สดชื่น จึงได้ทำการคิดค้นวิธีการต่างๆ ที่สามารถรักษา หรือหาวิธีแก้อาการโรคท้องอืดในโค-กระบือ ลักษณะอาการของโรคคือ ท้องของโค-กระบือโตผิดปกติ ท้องแข็ง โค-กระบือไม่ยอมกินอาหาร อารมณ์หงุดหงิดง่าย โคนมไม่สามารถให้นมได้ตามปกติ จึงได้ทดลองนำเอาสมุนไพรไทยมาใช้แก้ปัญหา ทำให้อาการดังกล่าวหายไปได้ โดยมีวิธีการและรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

น้ำใบกะเพราแก้ท้องอืดในโค-กระบือ

วัสดุอุปกรณ์
1. ใบกะเพรา จำนวน 1 กำ (กำละ 5 บาท ใช้เฉพาะใบอ่อน โดยเด็ดก้านใบที่แก่ๆแข็งๆทิ้ง)
2. เกลือแกง จำนวน 3 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำ จำนวน 1 ลิตร

วิธีการทำน้ำใบกะเพรา
นำใบกะเพรามาโดยเด็ดก้านที่แก่ๆแข็งๆทิ้ง ใช้เฉพาะก้านใบอ่อน นำใบกะเพราส่วนที่ได้ล้างให้สะอาด จากนั้นนำน้ำตั้งไฟให้พอเดือดจึงใส่เกลือและใบกะเพราลงไปทั้งหมดใส่รวมกัน แล้วต้มให้เดือด จนให้ใบกระเพาะมีลักษณะเปื่อย และให้น้ำที่ต้มมีสีเขียวออกมาให้มากที่สุด เมื่อได้ที่แล้วจึงยกลงจากเตา ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นก่อน จึงจะนำน้ำที่ได้มากรอกเอากากออก จะได้น้ำสมุนไพรจากใบกะเพราะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

วิธีการใช้ประโยชน์
นำน้ำใบกะเพราที่ได้ไปกรอกให้โค-กระบือที่มีอาการท้องอืดกิน วันละ 1 ครั้ง ให้กินติดต่อกันประมาณ 3 วัน ก็จะทำให้โค-กระบือที่มีอาการท้องอืด หายจากอาการดังกล่าว และจะช่วยให้โค-กระบือมีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น มีอารมณ์ดี โดยเฉพาะในโคนม จะให้นมได้ดีขึ้นตามปกตินั่นเอง

แหล่งที่มาของข้อมูล : อ่อน พิมพ์พรรณ. สัมภาษณ์, 14 สิงหาคม 2555.
เรียบเรียงโดย : เพิก กองศรี เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี

การทำกับดักใบกะเพราแมลงวันทองจากขวดพลาสติก

การทำกับดักใบกะเพราแมลงวันทองจากขวดพลาสติก 

 

แมลงวันทองนับเป็นศัตรูตัวฉกาจของไม้ผล ที่จ้องเข้าทำลายให้ผลผลิตเสียหาย จนขาวสวนสุดทน เพราะการเข้าทำลายของแมลงวันทองนั้นคือ รายได้ที่ชาวสวนต้องเสียไปในและปี วิธีการป้องกันแมลงวันทองในเบื้องต้น คือการวางกับดักล่อให้แมลงวันตัวเต็มวัยมาติดกับเพื่อป้องกันการเข้าไปวางไข่ในไม้ผลให้ได้รับความเสียหาย




วิธีการทำ :

- นำเอาขวดพลาสติกมาตัดครึ่ง แล้วนำเอาส่วนครึ่งที่เป็นคอขวดหันเข้าเสียบส่วนครึ่งที่เป็นก้นขวด

- จากนั้นนำเอาไม้ไผ่มาเสียบเพื่อไม่ให้ทั้งสองส่วนหลุดออกจากกัน

- นำเอาลวด หรือเชือกมาผูกร้อยเพื่อใช้แขวนไว้กับกิ่งต้นผลไม้ในสวนที่แมลงวันทองระบาด


วิธีการนำไปใช้ :

- นำเอาหัวเชื้อกลิ่นแมลงวันทองชุบสำลี แล้วใส่เข้าไปในขวด

- นำขวดที่ใส่หัวเชื้อ ไปแขวนไว้ที่ต้นผลไม้

( หัวเชื้อแมลงวันทองสามารถติดต่อได้กับสำนักงานเกษตรจังหวัด
หรือศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล)


กับดักแมลงวันทองจากขวดพลาสติก :

ก) นำขวดพลาสติกมาตัดครึ่งนำส่วนคอขวดหันเข้าเสียบส่วนครึ่งที่เป็นก้นขวด

ข)นำเอาหัวเชื้อกลิ่นแมลงวันทองชุบสำลีใส่ในขวดเพื่อเป็นเหยื่อล่อ หรือจะใช้ใบกระเพราล่อแมลงวันเข้ามาติดกับก็ได้


-------------------------------------- @ ^ - ^ @ -----------------------------------------

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สกลนคร




ประโยชน์ของกะเพรา

17.11.12 | 0 comments



            คนไทยรู้จักกะเพรามานานแล้ว เป็นผักอย่างหนึ่งต้นเล็ก ๆ ใบมีกลิ่นหอม ใช้แกงกินบ้าง ทำยาบ้าง นั่นคือกะเพราในวัฒนธรรมไทย ซึ่งปัจจุบัน ฐานะของกะเพราก็ไม่แตกต่างไปจากเดิม คือเป็นพืชซึ่งใช้เป็นอาหารและยาได้เช่นเดียวกับผักพื้นบ้านอีกหลายชนิด  แต่เนื่องจากกะเพรามีกลิ่นหอมฉุนและรสเผ็ดร้อน ชาวไทยจึงไม่นิยมกินกะเพราโดยตรงเหมือนผักชนิดอื่น ๆ  แต่นิยมนำไปเป็นเครื่องปรุงรสชาติและกลิ่นในการประกอบอาหารต่างๆ ตัวอย่างเช่นคนไทยส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงกะเพรา ก็มักจะนึกถึงเมนูหรือรายการอาหารยอดนิยมจากกะเพรานั่นคือ “ผัดกะเพรา (หมู ไก่ เนื้อ )” ร่วมอยู่ในรายการยอดนิยมอย่างหนึ่งเป็นแน่ คงจะจำกลิ่นผัดกะเพราที่ทั้งฉุนตลบอบอวลไปทั่วทั้งร้านและบริเวณใกล้เคียง จนทำให้เกิดเสียงไอจามดังได้เป็นแน่

    กะเพรามีกลิ่นและรสชาติที่รุนแรงเฉพาะตัว จึงมักนิยมใช้ดับกลิ่นคาวในตำราอาหารไทยเช่น ผัดกบ ผัดปลาไหล ผัดหมู ฯลฯ พล่าปลาดุก พล่ากุ้ง ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นพวกแกงต่างๆ เช่น แกงเลียงใบกะเพรา สำหรับมารดากินหลังคลอดใหม่ๆ เพื่อขับลมบำรุงธาตุให้ปกติเป็นยาขับน้ำนม นอกจากนี้ยังมีแกงป่า แกงเขียวหวาน แกงคั่ว แกงส้มมะเขือขื่น แม้แต่ต้มยำต่างๆ ใส่ใบกะเพราผัดเผ็ดต่างๆทอดใบกะเพราให้กรอบแล้วนำมาโรยหน้าอาหาร ใส่อาหารได้สารพัดนอกจากที่กล่าวมา

    กะเพราจัดเป็นพืชสมุนไพรได้อย่างเต็มตัวชนิดหนึ่ง เพราะมีสรรพคุณรักษาโรคได้หลายชนิด ทั้งตำราไทยและต่างประเทศ ก็ระบุความเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้ของกะเพราเอาไว้หลายด้านเช่น ตำราสมุนไพรไทย บรรยายสรรพคุณด้านยาของสมุนไพรเอาไว้ว่า รสฉุน ร้อน ขับลมแก้ซาง แก้ท้องขึ้น ปวดท้องบำรุงธาตุ แก้จุดเสียดในท้อง ช่วยย่อยอาหาร

    ในตำราสมุนไพรไทย ได้จัดแบ่งสมุนไพรออกเป็นจำพวกต่างๆ รวมทั้งพิกัดอีกมากมาย ในจุลพิกัดซึ่งมีสมุนไพรกลุ่มละ 2 ชนิดนั้น ระบุถึงกลุ่มที่เรียกว่า ”กะเพราทั้ง 2 ” หมายถึง ส่วนราก ต้นใบ ดอก และ ผลของกะเพรา ซึ่งใช้ด้วยกันทั้งหมดในตำรานั้น ในตำรับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณซึ่งมีอยู่ 6 ตำรับนั้น มีอยู่ตำรับหนึ่งชื่อว่า”ยาประสะกะเพรา” หมายถึง มีกะเพราเป็นสรรพคุณหลักของกะเพรานั่นเอง

    นอกจากนี้กะเพรายังเป็นส่วนประกอบของยาอีกมากมาย เช่น ยารักษาตานขโมยสำหรับเด็ก ยาแก้ทรางเด็ก และยากินให้มีน้ำนมสำหรับมารดาเป็นต้น ในต่างประเทศมีการใช้กะเพราเป็นยารักษาโรคอย่างกว้างขวางยิ่งกว่าประเทศไทย เสียอีก โดยเฉพาะในอินเดียถือว่ากะเพราใช้รักษาโรคได้ทุกโรคเลยทีเดียวกะเพราเป็นพืช ที่ปลูกง่ายมากชนิดหนึ่งเพื่อแต่โรยเมล็ดลงบนพื้นดินแล้วรดน้ำพอชุ่มชื้น กะเพราก็จะงอกงามได้ดี
 
Copyright © -2012 กะเพราสรรพคุณ.com All Rights Reserved | Design by Guru